รองเท้าฟุตบอล


ผ่านมา 300ปี จากการกำเนิดรองเท้าฟุตบอล ในช่วงปี1800 ฟุตบอลมีการพัฒนาขึ้นไปมาก และเป็นที่นิยมมากในประเทศอังกฤษ แต่วัสดุที่ใช้ในการทำรองเท้าฟุตบอลยังไม่ต่างจากเดิมมากนัก ทำให้นักเตะยังคงต้องสวมรองเท้าอึ่้งในตอนเตะฟุตบอลกันต่อไป แถมยังเป็นครั้งที่มีเหล็กมาติดใต้รองเท้าเพื่อให้นักเตะมีความคล่องตัวมากขึ้นเวลาที่ต้องวิ่งในสนามฟุตบอล นักเตะที่อยู่ทีมเดียวกันก็ใช้รองเท้าเหมือนกันอยู่
จนมาถึงช่วงปี 1900 หลังสงครามโลกครั้งที่สอง รูปแบบของรองเท้าจึงมีการเปลี่ยนไป แต่ในช่วงปี ค.ศ 1924 ก็ยังมีบริษัทหลายยี่ห้อที่ยังคงทำรองเท้ามาในรูปแบบนี้มาจนถึง ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น gola valsport หรือ hummel
ในเยอรมันนั้น ก็มีรองเท้าฟุตบอลที่เป็นยี่ห้อที่หลายคนรู้จักกันดี แถมยังเป็นแบรนด์สินค้ากีฬาระดับโลกอย่าง อาดิดาส โดยสองพี่น้องอย่าง อดอร์ฟและรูดอร์ฟ ดาสเลอร์ ได้ผลิตรองเท้าฟุตบอลครั้งแรกในปี 1925 ที่โรงงานของเขา ในเมือง Herzogenaurach ซึ่งเป็นแบบ 6-7 สตัดซึ่งสามารถเปลี่ยนได้ตามสภาพของสนามที่จะเล่นด้วย
หวังว่าเพื่อนๆทุกคนคงจะได้ความรู้จากประวัติรองเท้าฟุตบอลไม่มากก็น้อยครับ เอาไว้ผมจะมาพูดรองเท้าฟุตบอลหลังช่วง 1940 ต่อในโอกาสหน้านะครับ


พื่อนๆเคยใส่รองเท้าฟุตบอลยี่ห้อ adidas ไหม? …แล้วเพื่อนๆรู้จักชายคนนี้ไหมครับ? ผมว่าเรามาทำความรู้จักกับประวัติของรองเท้าฟุตบอลกันสักนิดกันดีกว่าครับ
รองเท้าฟุตบอลถือเกิดขึ้นประมาณปี 1923 โดยผู้ผลิตในยุคแรกคือ “อาดิ ดาสเลอร์” ชายชาวเยอรมัน โดยเริ่มจากธุรกิจในครอบครัว ซึ่งอาดิได้ใช้ห้องพักที่มีขนาดเพียง 20 ตร.ม. ภายในบ้านเป็นสถานที่คิดค้นและประดิษฐ์รองเท้ากีฬาที่ใช้วัสดุจากผ้าและหนัง สัตว์ ผลงานแจ้งเกิดให้กับรองเท้ากีฬาของอาดิ คือเหตุการณ์ที่ เจสซี โอเวนส์ ใส่รองเท้าของเขาในการแข่งขันโอลิมปิกที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อปี 1936 ซึ่งครั้งนั้นเจสซีได้สร้างสถิติโลกใหม่ถึง 4 รายการ และได้ครอบครองเหรียญทองโอลิมปิก 4 เหรียญ จึงเป็นผลให้ชื่อเสียงในการทำรองเท้าของอาดิขจรขจายมากขึ้นต่อมาในวันที่ 18 ส.ค. 1949 อาดิก็ได้จดทะเบียนบริษัทใหม่เป็น “อาดิดาส” ด้วยความไม่หยุดนิ่ง ในปี 1949 อาดิได้ปฏิวัติรองเท้าสตั๊ดจากแบบเดิมที่พื้นรองเท้ามีปุ่มทำให้ต้องใส่ เฉพาะในสนามเท่านั้น ให้เป็นพื้นรองเท้าแบบสามารถถอดปุ่มใต้สตั๊ดออกได้ และต่อมาในปี 1954 ทีมชาติเยอรมันก็เป็นทีมแรกของโลกที่ได้ใส่รองเท้าของอาดิดาสลงแข่งขัน ฟุตบอลโลกที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และสามารถคว้าแชมป์โลกมาครองได้ในที่สุด
++ ข้อมูลของรองเท้าฟุตบอล ++
ระดับของรองเท้าฟุตบอลในปัจจุบันมี 4 ระดับ โดยแบ่งออกดังนี้
- World Class – หรือเราเรียกว่าโคตรท็อป … เป็นตัวที่นำเทคโนโลยีมากมายเข้ามาผสมผสาน ในรองเท้าระดับนี้ ซึ่งจะมีประสิทธิภาพที่สูงสุด ซึ่งก็มีราคาแพงตามไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น ตระกูล SL ของ Adidas และตระกูล Elite ของ Nike เป็นต้น
- Top – ระดับท็อป … รองเท้าระดับนี้ถือได้ว่าเป็นรองเท้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะเป็นรองเท้าระดับสูงที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถแบบเต็มรูปแบบ และราคาก็สามารถหยิบจับได้ไม่ยาก ตัวอย่างเช่น Adidas F50 , Nike Mercurial Vapor
- Medium – ระดับรองท็อป… เป็นรองเท้าระดับต่ำลงมาจากระดับท็อป โดยรองเท้าในระดับนี้ จะนำเทคโนโลยี หรือความสามารถหลักที่เด่นๆ ในระดับท็อป มาใส่แค่เพียงบางส่วน แต่ก็ยังถือได้ว่ายังพอมีความสามารถอยู่บ้าง เช่น Adidas F30, Nike Mercurial Miracle
- Basic – ระดับล่าง (บ๊วย)… เป็นรองเท้าในระดับล่างสุด ราคาจะต่ำที่สุด นั้นก็หมายถึงความสามารถและเทคโนโลยีต่างๆ ก็น้อยตามไปด้วย เช่น Adidas F10, Nike Victory เป็นต้น
++ ประเภทของรองเท้า ++
รองเท้าฟุตบอลในปัจจุบัน มีด้วยกันมากมายหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายรุ่น ซึ่งแต่ละรุ่น ก็มีความแตกต่างกัน ทั้งรูปทรง และความสามารถ โดยเราสามารถแบ่งออกตามคุณสมบัติของรองเท้ารุ่นต่างๆ ได้ดังนี้
- SPEED – รองเท้ารุ่นนี้จะมีน้ำหนักตัวเบา จุดเด่นคือสำหรับการกระชาก ลากเลื้อย การเคลื่อนที่ได้อย่างว่องไว รวมถึงการออกตัว การกลับตัว ทำได้อย่างดีเยี่ยม ผู้ที่ต้องการเสริมความเร็ว รองเท้าประเภทนี้เหมาะกับท่านๆ อย่างแน่นอน
:: นักเตะที่ใช้เช่น C.Ronaldo, Messi, G.Bale, D.Silva และอื่นๆ อีกเพียบ - POWER – เป็นรองเท้าที่เน้นพละกำลัง และความแม่นยำในการยิง การเปิดไกล เป็นรองเท้าที่ถือได้ว่าเป็นอาวุธทำลายล้าง ซึ่งเหมาะกับทุกตำแหน่ง ตั้งแต่กองหน้ายันผู้รักษาประตูเลยทีเดียว
:: นักเตะที่ใช้เช่น W.Rooney, F.Torres, Van Persie, Gerrard, Xabi เป็นต้น - CONTROL – รองเท้ารุ่นนี้เป็นรองเท้าที่เน้นการสัมผัสบอล การจับ การผ่านบอล มีจุดเด่นที่การสวมใส่สบาย กระชับ ป้องกันอาการบาดเจ็บได้ดี และเหมาะกับผู้ที่เน้นทักษะเฉพาะตัว เทคนิคเจ๋งๆ จับจ่ายๆ อิอิ
:: นักเตะที่ใช้เช่น Alonzo, Lampard, Park Ji Sung, Van der Vaart, Iniesta เป็นต้น
++ ประเภทของปุ่มและพื้นรองเท้า ++
เรามาดูปุ่มรองเท้ากันบ้างนะครับ ใครยังสับสนอยู่ มาเริ่มกันเลย…. ปุ่ม HG FG SG AG MG TF โอ๊ย ๆๆ ปุ่มอะไรเยอะแยะ มากมาย อะไรกันนี่ ??? เรามาดูทีละแบบนะครับว่ามันเป็นอย่างไร…
- HG (HardGround)
:: ปุ่มจะค่อนข้างสั้น เหมาะกับสนามหญ้าเทียม หรือสนามพื้นแข็ง ซึ่งประเทศไทยส่วนใหญ่ สนามจะเป็นแบบนี้ - SG (SoftGround)
:: เป็นปุ่มสูง มักจะเป็นแบบหกปุ่ม และเป็นปุ่มเหล็ก เมืองไทยไม่ค่อยให้ใส่ทำการแข่งขัน และหาสนามเล่นยาก - FG (FirmGround)
:: พื้นปานกลาง โดยทั่วไปสตั๊ดทุกรุ่นและทุกยี่ห้อจะใช้ปุ่มลักษณะนี้ เหมาะกับสนามของไทยในปัจจุบัน - AG (Artificial Grass/Ground)
:: เป็นปุ่มสั้นๆ หลายๆปุ่ม มีปุ่มมากกว่า FG ออกแบบมาสำหรับการใช้เล่นสนามหญ้าเทียม - MG (MultiGround)
:: เหมาะกับทุกสภาพสนาม เป็นปุ่มกลมขนาดปกติ แต่จะมีจำนวนปุ่มเยอะกว่าแบบธรรมดา - TF (Turf)
:: รองเท้าร้อยปุ่ม เหมาะกับสนามหญ้าเทียม และหญ้าที่ไม่สูงมากนัก ช่วยลดอาการบาดเจ็บ และถนอมข้อเท้า และหัวเข่า
