- Luzhniki Stadium, Moscow, Russiaสโมสร: ไม่มี เป็นสนามกีฬาประจำชาติ
ปัจจุบันกำลังปิดปรับปรุง ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค. 2013 เพื่อเตรียมรับเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ปี 2018
สร้างในปี: 1956
ความจุ: 78,360 ที่นั่ง และจะเป็น 81,000 ที่นั่งในปี 2018
ดาวเตะประจำทีม: Igor Akinfeev ผู้รักษาประตูสุดหนึบ มือ 1 ทีมชาติรัสเซีย จากทีม CSKA Moscow
จุดเด่น: สนามฟุตบอล แห่งชาติรัสเซียนี้มีความจุขนาดเกือบ 8 หมื่นที่นั่ง เพราะเดิมสนาม Luzhniki ถูกสร้างมาเพื่อรองรับกีฬาโอลิมปิกปี 1980 ภายในบริเวณ มีสนามกีฬาอื่นๆ ทั้งสระว่ายน้ำ สนามบาสฯ รวมไปถึงลานไดร์ฟกอล์ฟ สนามตั้งอยู่ริมแม่น้ำมอสโก บรรยากาศดีมาก ฝั่งตรงข้ามเป็นเขาที่เรียกว่า Sparrow Hills ซึ่งถือเป็นจุดชมวิวประจำเมืองมอสโก ดังนั้น สนามจึงเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของเมืองมอสโกด้วย
เกร็ดที่น่าสนใจ: แม้ว่าจะได้รับการจัดอันดับให้เป็นสนาม “5 ดาว” โดย UEFA แต่สนามแห่งนี้ เคยเป็นสนามจัดนัดชิงรายการใหญ่ของฟุตบอลยุโรปแค่ 2 ครั้ง คือ นัดชิง UEFA Cup ปี 1999 ซึ่ง Parma ทีมจากอิตาลีได้แชมป์โดยเอาชนะ Olympique Marseille ไป 3-0 และอีกนัด คือ นัดชิง UEFA Champions League ปี 2008 ที่ Manchester United เบียดชนะจุดโทษไปได้ 6:5 - Stadio Olimpico, Rome, Italy
สโมสร: A.S. Roma และ Lazio
สร้างในปี: 1937
ความจุ: 73,261 ที่นั่ง
ดาวเตะประจำทีม: Francesco Totti หรือ เจ้าชายหมาป่า ผู้ที่เป็นสัญลักษณ์ของทีมโรม่ามาตั้งแต่ปี 1992 ลงเล่นให้โรม่าทีมเดียวตลอดชีวิตการค่าแข้ง มากกว่า 500 นัด และยิงให้ทีมมากกว่า 200 ประตู
จุดเด่น: ความขลังของ สนามฟุตบอล แห่งนี้อยู่ที่การเป็นเจ้าบ้านให้แก่ 2 ทีมยักษ์ใหญ่แห่งกรุงโรม คือ Roma และ Lazio ซึ่ง แฟนบอล ทั้งสองทีมต่างเกลียดกันและกันเข้าไส้ ถึงขนาดต้องแยกมุมในสนาม โดย แฟนบอล ฮาร์ดคอร์ของทีมลาซิโอ จะอยู่อัฒจันทน์ฝั่งแหนือ (Curva Nord) ส่วนแฟนโรม่าจะอยู่ฝั่งใต้ (Curva Sud) นอกจากนี้ สัญลักษณ์อีกอย่างที่อยู่คู่สนาม คือ ลู่วิ่ง ด้วยความที่สนามยังใช้จัดกีฬาประเภทอื่นๆ เชน รักบี้ วิ่ง ฯลฯ ได้อีกด้วย
เกร็ดที่น่าสนใจ: สนามแห่งนี้ไม่ได้มี ทีมฟุตบอล ทีมใดเป็นเจ้าของ แต่เป็นของสภาโอลิมปิกแห่งชาติ เดิมทีจะมีกำแพงกระจกอยู่รายรอบอัฒจันทน์ เพื่อป้องกันไม่ให้แฟนบอลลงมาในสนาม แต่ได้ถูกถอดออกไปในปี 2008 เพื่อเตรียมเป็นเจ้าภาพจัด UEFA Champions League นัดชิงในปีถัดมา (ซึ่งบาร์ซ่า เอาชนะแมนยูฯ ที่มีโรนัลโด้ ไปได้ในนัดชิง 2-0) - Old Trafford, Manchester, Englandสโมสร: Manchester United
สร้างในปี: 1910
ความจุ: 76,000 ที่นั่ง
ดาวเตะประจำทีม: Anthony Martial กองหน้าดาวรุ่งจากฝรั่งเศส ค่าตัว 36 ล้านปอนด์ ที่เพิ่งย้ายจากโมนาโกมาแมนยูฯ แต่คุ้มทันทีเมื่อยิง 4 ลูกติดต่อกันใน 4 นัดแรก โดยเฉพาะลูกที่เลี้ยงเดี่ยวเข้าไปยิงลิเวอร์พูลในศึกแดงเดือด แค่ลูกนั้นลูกเดียว แฟนผีก็บอกคุ้มแล้ว
จุดเด่น: สนามกีฬาเหย้าของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เต็มไปด้วยสัญลักษณ์มากมายที่ผู้ที่มาเยือนต้องถ่ายรูปด้วยแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น หลังคาโครงเหล็ก กับผนังกระจกด้านนอก หรือจะเป็นนาฬิกามิวนิค ที่บอกเวลาค้างที่ บ่ายสามสี่นาที เพื่อรำลึกเหตุการณ์เครื่องบินของนักฟุตบอลทั้มทีมตกในปี 1958 รวมทั้งรูปปั้นของ 2 ผู้จัดการทีม ในตำนาน อย่างเซอร์ แมตต์ บัสบี้ และอเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ส่วนด้านใน พื้นที่ที่นั่งสำหรับสต๊าฟฟ์ทีมเหย้าและเยือน ถูกยกเหนือระดับสนามเพื่อให้มองเกมได้ง่าย ตั้งอยู่เหนืออุโมงค์ทางออกของนักเตะที่ถูกยกเลิกไปในปี 1993 ประดับไปด้วยอิฐ เป็นมนต์ขลังของความเก่าแก่ และอัฒจันทน์แต่ละฝั่งที่มีความหมายของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น Sir Alex Ferguson Stand ทางเหนือ หรือฝั่งตะวันออก ที่ได้ชื่อว่าเป็นที่นั่งของ แฟนบอล ระดับฮาร์ดคอร์ ซึ่งมีชื่อว่า The Stretford End
เกร็ดที่น่าสนใจ: ชื่อเล่นของสนามแห่งนี้ คือ The Theatre of Dreams เพราะที่นี่เป็นที่ที่นักเตะในพรสวรรค์สูงมากมาย เคยมา “ร่ายมนต์” ในฝัน สร้างชื่อและกลายป็นตำนานของทีม ทั้งรุ่นเก่า จอร์จ เบสต์, เดนิส ลอว์, เซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน หรือรุ่นใหม่อย่างชุดกิ๊กส์-สโคลส์-คันโตน่า-เบ็คแฮม และรุ่นล่าสุดอย่าง โรนัลโด้ หรือเวยน์ รูนี่ย์ เป็นต้น - Amsterdam Arena, Amsterdam, the Netherlandsสโมสร: Ajax Amsterdam
สร้างในปี: 1996
ความจุ: 53,502 ที่นั่ง
ดาวเตะประจำทีม: Davy Klaassen ยอดมิดฟิลด์ที่ใครๆก็ขนานนามว่าเป็น “New Bergkamp” ด้วยลีลาการคุมเกมแบบนุ่มนวล ไม่รวดเร็ว แต่บอลติดเท้า และสร้างศิลปะในการทำประตูได้เสมอ
จุดเด่น: จุดเด่นของ สนามฟุตบอล แห่งนี้ คือ ความไฮเทค เช่น หลังคาของสนาม ซึ่งสามารถเลื่อนไป-มาได้ เพื่อเปิดรับแสงแดดเข้ามาในสนามให้มากขึ้น หรือคลุมสนามในวันที่ฝนตกก็ได้ นอกจากนี้ การเก็บเสียงสะท้อนในสนามก็ทำได้ดี จึงกลายเป็นที่จัดคอนเสิร์ตดังๆ มากมายในสนาม อาทิ Michael Jackson, Rolling Stones, U2, Madona ฯลฯ แต่จุดที่ไฮเทคที่สุดของสนาม คือ วิศวกรออกแบบให้ทางด่วน A2 ที่เชื่อมระหว่างเมือง Utrecht – Amsterdam วิ่งลอดใต้สนามถือเป็น สนามฟุตบอล เดียวในโลก ที่มีถนนวิ่งตัดผ่าน สนามฟุตบอล
เกร็ดที่น่าสนใจ: ที่นี่เคยเป็นสนามประจำของทีมอเมริกันฟุตบอล Amsterdam Admirals ตั้งแต่ปี 1997-2007 ก่อนที่ NFL จะตัดสินใจยกเลิกลิขสิทธิแฟรนไชส์ไป - Allianz Arena, Munich, Germany
สโมสร: FC Bayern Munchen
สร้างในปี: 2005
ความจุ: 75,024 ที่นั่ง
ดาวเตะประจำทีม: Robert Lewandowski ยอดดาวยิงทีมชาติโปแลนด์ ที่เมื่อไม่นานมานี้ เพิ่งจะระเบิดฟอร์มฮอต ยิง 5 ลูก ใน 9 นาที กลายเป็นสถิติโลกในปัจจุบัน
จุดเด่น: สัญลักษณ์ของ สนามฟุตบอล แห่งนี้ ที่กลายเป็นที่จดจำของคนทั่วไป คือ พลาสติก ETFE ที่หุ้มรอบตัวและหลังคาสนาม มองแต่ไกลเหมือนยานบินอวกาศสีขาว และทำให้สนามมีอีกชื่อเล่นว่า “Schlauchboot” หรือ “เรือยางลอยน้ำ” จริงๆแล้วพลาสติกสีขาวนั้น เป็นส่วนผสมพลาสติก-ฟอยล์ชนิดพิเศษที่อัดก๊าซแห้งเรืองแสงได้ไว้ข้างใน ซึ่งสามารถเปลี่ยนสีได้ 3 สี คือ ขาว-แดง-น้ำเงินในตอนกลางคืน เพื่อบอกว่า คืนนั้นทีมใดลงแข่ง (สีขาว – ทีมชาติเยอรมัน/สีแดง – ทีมบาเยิร์น มิวนิค/สีน้ำเงิน – ทีม 1860 มิวนิค) และทำให้สนามใช้ไฟในการสร้างสีรอบสนามเพียง 50 ยูโร ต่อชั่วโมง เท่านั้น
เกร็ดที่น่าสนใจ: บริษัทประกันและการเงินชื่อดัง Allianz ได้ซื้อลิขลิทธิชื่อสนามไปเป็นเวลา 30 ปี ทว่า ด้วยกฎของ FIFA และ UEFA ที่ห้ามการเอ่ยชื่อสปอนเซอร์ ที่ไม่ได้เป็นสปอนเซอร์ของทัวร์นาเมนต์ต่างๆนั้น ทำให้เวลาแข่งถ้วยยุโรป หรือในการแข่งฟตบอลโลก จะใช้ชื่อสนามเป็น FIFA World Cup Stadium Munich และ Fußball Arena München แทน - Celtic Park, Glasgow, Scotland
สโมสร: Celtic F.C. (Glasgow Celtic)
สร้างในปี: 1892
ความจุ: 60,411 ที่นั่ง
ดาวเตะประจำทีม: Anthony Stokes ดาวเตะและมือปืนประจำทีมชาวไอริช ยิงให้เซลติกได้มากกว่า 70 ลูก
จุดเด่น: สีเขียว คือ สีประจำ ทีมฟุตบอล กลาสโกว์ เซลติก เจ้าของ สนามฟุตบอล แห่งนี้ ด้วยเหตุนี้ สนามจึงถูกตกแต่งด้วยสีเขียว ด้วยเป็นสีประจำของเซนต์แพทริค เทพผู้ปกป้องชาวเคลต์ (celt) ด้วยแฟนของทีมนี้รากเหง้ามาจากชาวไอริช เป็นชาวคาธอลิกเป็นส่วนใหญ่ ตรงข้ามกับแฟนบอลชาวโปรแตสแตนท์ของทีมคู่รักคู่แค้น กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ที่มีสีน้ำเงินเป็นสีประจำทีม ดังนั้น ศึกแห่งศักดิ์ศรีของสองทีมเมืองกลาสโกว์ ที่เรียกว่า Old Firm Derby จึงเป็นเสน่ห์ ที่ทำให้สนามอันเก่าแก่แห่งนี้น่ามาเยือนเป็นอย่างยิ่ง เมื่อคุณมาถึงถิ่นสก็อตแลนด์ สมกับที่แฟนบอลเรียกว่า “The Paradise”
เกร็ดที่น่าสนใจ: สนามฟุตบอล แห่งนี้ มีสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น เดิมเป็นสนามรูปวงรี และมี แสตนด์แค่ด้านเดียว รอบๆสนามฟุตบอลเป็นลู่แข่งจักรยาน ต่อมาได้ทำแสตนด์สำหรับยืนเชียร์อีก 2 ฝั่ง และด้านหนึ่งกลับมีแสตนด์ที่เรียกว่า The Rangers End ซึ่งเรียกตามชื่อทีมคู่รักคู่แค้น เพราะสมัยก่อน แสตนด์ฝั่งนั้นจะเป็นที่ยืนเชียร์ของแฟนทีมเยือนจากเมืองเดียวกันนั่นเอง สนาม Celtic Park ใช้งานตลอดตั้งแต่ปี 1892 และมีเพียงปีเดียวที่ไม่ได้ใช้แข่งเพราะปิดซ่อมแซม คือ 1994-1995 - Wembley, London, England
สโมสร: ไม่มี เป็นสนามกีฬาประจำชาติ
สร้างในปี: 1923
ความจุ: 90,000 ที่นั่ง
ดาวเตะประจำทีม: Wayne Rooney กัปตันทีมชาติอังกฤษ ผู้เพิ่งจะสร้างสถิติยิงประตูให้ทีมชาติอังกฤษมากที่สุด 49 ประตู จาก 106 นัด เทียบเท่ากับเซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ตำนานของทีมแมนยูฯ ทีมเดียวกันกับเวย์น รูนี่ย์ นั่นเอง
จุดเด่น: เดิมทีสนามเวมบลีย์ มีสัญลักษณ์คือ “หอคอยคู่” ซึ่งอยู่กับสนามมาตั้งแต่แรกเริ่มเช่นเดียวกับขั้นบันไดจำนวน 39 ขั้น ที่นักเตะจะต้องปีนขึ้นไป เพื่อรับเหรียญรางวัลจากสมเด็จพระราชินีอลิซาเบ็ธที่ 2 ในการแข่งขันฟุตบอล FA Cup ฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดของโลก ทุกปี จนเมื่อปี 2000 ทางสมาคมฟุตบอลต้องการปรับโฉมใหม่ เพื่อต้อนรับสหัสวรรษใหม่ จึงได้ปรับปรุงสนามใหม่ทั้งหมด ซึ่งส่วนที่สำคัญ คือ โครงสร้างภายนอกที่ทันสมัย เป็นทรงเกือบกลมแทนทรงรีแบบเก่า และมี “arch” ซึ่งเป็นเหมือนรุ้งกินน้ำสูง 133 เมตรเหนือหลังคา สนามฟุตบอลยืนโดดเด่น ซึ่งไม่ใช่เพียงเป็นสัญลักษณ์ของสนามใหม่ แต่ยังเป็นโครงสร้างที่ใช้ขึงหลังคาของสนาม ซึ่งสามารถเลื่อนไป-มาได้ เพื่อปรับแสงที่สาดลงมาในสนาม
เกร็ดที่น่าสนใจ: สนามเวมบลีย์มีความจุ 90,000 ที่นั่งเมื่อไม่มีลู่วิ่งอยู่ที่ขอบสนาม แต่สนามสามารถปรับเป็นที่แข่งกรีฑาได้ด้วย โดยการเลื่อน-ถอดบางส่วนของอัฒจันทน์ออกไป อย่างไรก็แล้วแต่ สนามฟุตบอล แห่งนี้ยังไม่เคยใช้จัดกรีฑา เพราะว่าค่าใช้จ่ายในการแปลงสนาม อาจตกถึงล้านกว่าปอนด์เลยทีเดียว โดยตอนที่สร้างสนามใหม่ ได้ทำส่วนนี้เผื่อไว้ เพียงเพราะต้องการได้ทุนจากหน่วยงานล็อตเตอรี่เท่านั้น - San Siro, Milan, Italy
สโมสร: AC Milan และ Inter Milan
สร้างในปี: 1926
ความจุ: 81,277 ที่นั่ง
ดาวเตะประจำทีม: Carlos Bacca ยอดดาวเตะจากโคลัมเบีย ที่เพิ่งย้ายมาสวมเสื้อทีมปีศาจแดงดำในฤดูกาล 2015-2016 จากเซบีญ่า จัดเป็นกองหน้าที่ทีมต่างๆในยุโรปจับตามองมากที่สุดคนหนึ่ง
จุดเด่น: จุดเด่นที่ใครๆก็จำสนามแห่งนี้ได้ ก็คือ เสาคอนกรีตขนาดยักษ์สูง 50 เมตร จำนวน 11 ต้น (4 ต้นที่มุมสนาม 4 มุม) รอบๆ สนามฟุตบอล แห่งนี้ ซึ่งถูกต่อเติมขึ้นมาในปี1990 เพื่อรองรับฟุตบอลโลกปี 1990 ที่อิตาลีเป็นเจ้าภาพ โดยเสาคอนกรีตยักษ์ ที่มีลูกเล่นเหมือนเกลียวน็อตขนาดยักษ์นี้ สร้างขึ้นเพื่อเป็นโครงในการยึดหลังคาใหม่ของสนามที่ปิดรอบอัฒจันทน์ทั้ง 4 ด้าน รวมทั้งเป็นแกนรับน้ำหนักของโครงสร้างอัฒจันทน์ชั้นที่ 3 ซึ่งทำให้สนามมีความจุถึง 8 หมื่นที่นั่งอย่างปัจจุบัน โดยไม่ต้องขยายพื้นที่สนามออกทางกว้าง
เกร็ดที่น่าสนใจ: เดิมที สนามเป็นของสโมสร AC Milan แต่หลังจากสร้างเสร็จในปี 1926 อีก 9 ปีต่อมา ทีมก็ขายสนามให้แก่สภาเมืองมิลาน และอยู่ในการดูแลของเมืองจนปัจจุบัน ทำให้สนามนี้ ถูกแบ่งกันใช้ระหว่างคู่แค้นประจำเมือง คือ Inter Milan (เสื้อน้ำเงิน-ดำ) และ AC Milan (เสื้อแดง-ดำ) ตลอดมา - Santiago Bernabeu, Madrid, Spain
สโมสร: Real Madrid
สร้างในปี: 1947
ความจุ: 85,454 ที่นั่ง
ดาวเตะประจำทีม: Cristiano Ronaldo ยอดแข้งชาวโปรตุเกส ที่ไม่เพียงมีหน้าตาเป็นอาวุธ แต่ยังมีฝีเท้ายอดเยี่ยม จนได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของโลก (FIFA Ballon d’Or) ใน 2 ปีล่าสุดติดต่อกัน (2013-2014)
จุดเด่น: สนามที่ภายนอกดูเหมือนกล่องคอนกรีตสี่เหลี่ยมนี้ มีความจุเดิมถึง 110,000 ที่นั่ง ก่อนที่ UEFA จะเปลี่ยนกฎให้ สนามฟุตบอล เป็นที่นั่งทั้งหมด (all-seater stadium) จนความจุสนามลดลงเหลือเพียง 5 หมื่นกว่าที่นั่ง ทำให้ในปี 1992-1994 ทีมได้ตัดสินใจขยายสนามในแนวสูง โดยการเติมเสาคอนกรีตยักษ์ ซึ่งใช้เป็นหอคอยยักษ์ มีทางเดินวนขึ้นไปยังอัฒจันทน์ชั้นบนสุดพร้อมบันไดขนาบสองฝั่ง และเติมอัฒจันทน์ชั้นที่ 3 ที่มีที่นั่งทำมุม 87 องศา ทำให้เห็นเกมข้างล่างในสนามได้ชัดเจน พร้อมหลังคาปิดทับทุกด้าน ถือเป็น สนามฟุตบอลไม่กี่แห่ง ที่มีความจุเกือบแสน และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป
เกร็ดที่น่าสนใจ: ด้วยความที่สนามเสริมความสูง จากการเพิ่มอัฒจันทน์ชั้นที่ 3 ทำให้สนามสูง 45 เมตร จากเดิม 22 เมตร และหลังคาปิดคลุมหมดทุกด้าน ทำให้แสงแดดเข้าไม่ถึงตัวสนามหญ้าในฤดูหนาว และหญ้าตายเป็นจำนวนมาก ดินแข็งและเล่นบอลลำบาก ดังนั้น ทีมรีล มาดริดจึงติดตั้งท่อน้ำร้อน ความยาวกว่า 30 กม. ใต้สนามลึกลงไป 20 ซม. ซึ่งทำให้หญ้าไม่ตาย และชุ่มชื้นพอที่จะรักษาความนุ่มของพื้นสนาม - Camp Nou, Barcelona, Spain
สโมสร: FC Barcelona
สร้างในปี: 1957
ความจุ: 99,354 ที่นั่ง
ดาวเตะประจำทีม: Lionel Messi สุดยอดนักเตะของโลกในปัจจุบัน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นนักเตะจากต่างดาว เพราะทำสิ่งมหัศจรรย์บนสนามได้หมด จนคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของโลก (FIFA Ballon d’Or) ได้ถึง 3 สมัยติดต่อกัน (2010-2012)
จุดเด่น: สนามฟุตบอล ของสุดยอดทีม บาร์เซโลน่า แห่งนี้ เป็นสนามที่ใหญ่ที่สุดทั้งของสเปน และของยุโรป และใหญ่เป็นอันดับที่สองของโลก รองจากสนามกีฬาแห่งชาติของเกาหลีเหนือ สนามทรงรี ที่มีอัฒจันทน์รอบด้านถึง 3 ชั้นแห่งนี้ ไม่ค่อยได้รับการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายในมากนัก ทำให้ยังคงรักษาบรรยากาศเก่าๆ ไว้เหมือนสมัยก่อน โดยเฉพาะบรรยากาศการเชียร์ ฟุตบอล กลางแจ้ง เพราะสนามมีหลังคาคลุมแค่ฝั่งเดียวเท่านั้น ส่วนข้างใต้สนาม ยังเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีคนเข้าชมมากที่สุดแห่งหนึ่งของสเปน คือ FC Barcelona Museum รอบๆสนาม มีทั้งรถราง รถบัส และรถไฟใต้ดินให้บริการ ทำให้การเดินทางไปสนาม ง่ายเหมือนไปห้างสรรพสินค้า
เกร็ดที่น่าสนใจ: ด้วยความเป็นทีมยอดนิยม แฟนบอลเหนียวแน่นและเพิ่มขึ้นทุกๆปี ทำให้บาร์เซโลน่า คิดที่จะย้ายออกจากสนามที่มีความจุเกือบแสนนี้ไปยังสนามใหม่ เช่นเดียวกับครั้งแรกที่สร้าง Camp Nou ให้ใหญ่ถึงแสนที่นั่ง เพราะว่าสนามเดิมที่จุได้ 6 หมื่นกว่าคน (!!!) ไม่เพียงพอต่อความนิยมอยู่ดี